ทางเลือก 2 ทาง บ้านเมืองหรือความรัก บทที่ 2
posted on 28 Apr 2006 15:25 by serena in Baramos-Fan-Ficวันนี้แสงอรุณก็สาดส่องยามเช้า นกน้อยร้องเพลงอย่างสดใส ทุกอย่างดูงดงามไปหมดเช่นเคย แต่ว่ายังมีส่วนหนึ่งที่ดูผิดปกติไปกว่าเดิมเท่าที่นักฆ่าอารมณ์ดีผู้นี้สังเกตุได้ จากพฤติกรรมแปลก ๆ ของเพื่อนซี้ของเขา จากที่เคยเห็นก้อนน้ำแข็งเดินได้ไปปลุกมันด้วยสารพัดวิธีตอนเช้า แต่ว่าวันนี้มันกลับตื่นได้เอง แถมยังตื่นก่อนเจ้าก้อนน้ำแข็งนี่อีก สงสัยจะเป็นเพราะว่าเมื่อคืนมันคงเฝ้าไอ่เฟรินจนดึก เลยตื่นสาย
จนไปสังเกตุเห็นแสงไฟที่ประตูห้องน้ำ ก็คงประมาณได้ว่ามันคงอาบน้ำอยู่ เดี๋ยวมันคงออกมาปลุกคาโลเองนั่นล่ะ เมื่อคิดแล้วนักฆ่าหนุ่มก็ไม่รอช้า รีบกระโดดลงจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องไป
เหลือแต่หัวขโมยที่ไม่รูจักทำตัวเป้นผู้หญิงกับเจ้าชายน้ำแข็งที่เยือกเย็น แต่ในใจมีเพียงความห่วงใยต่อหัวขโมยตัวแสบเท่านั้น เมื่อเฟรินอาบน้ำเสร็จก็ไม่เห็นคิลอยู่บนเตียง หลงเหลือแต่เจ้าชายที่นอนอยู่บนเตียงอย่างสงบ
เห็นทีวันนี้ต้องแลกหน้าที่ซักวันละมั้ง
เธอแอบคิดในใจตามนิสัยอันร่าเริงแต่บัดนี้ในสมองของเธอเต็มไปด้วยความคิดที่แสนทำให้ปวดหัว แต่อย่างไรเธอก็เดินตรงไปยังเตียงของเจ้าชายผู้ที่เธอแอบความรูสึกดี ๆให้เสมอเช่นกัน
ร่างบางนั่งลงที่ข้างเตียง แล้วเอาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
"คาโล ตื่นสิ ตื่น"
ไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ ทำให้เธอต้องพยายามปลุกต่อไป พร้อมทั้งคิดว่า ตอนที่มันมาปลุกเธอมันยากอย่างนี้เลยหรือเนี่ย
"คาโล วันนี้มีประชุมนะ ตื่นเร็ว ๆ สิ"
เมื่อใช้คำพูดไม่ได้ผลเจ้าตัวจึงต้องขยับเข้าไปใกล้แล้วเอามือเรียวบางจับที่แขนพร้อมทั้งเขย่าร่างที่นอนอยู่บนเตียงพร้อมทั้งพูดอย่างหงุดหงิด
"คาโล ถ้าแกไม่ตื่นชั้นจะลงไปข้างล่างคนเดียวแล้วนะ"
ทันใดนั้นก็เกิดปฏิกิริยาจากคนหลับอย่างที่คนปลุกคิดไม่ถึง เพราะบัดนี้คนที่สมควรหลับกลับเอื้อมมือมาจับแขนคนปลุก แล้วดึงตัวตนปลุกที่ตั้งตัวไม่ติดลงไปยังเตียงของเขา ทำให้ร่างบางเซไป และล้มตัวลงนอนลงบนเตียงของเจ้าคนถูกปลุก บัดนี้ใบหน้าของคนที่อุตส่าห์หวังดีมาปลุก แดงยังกับว่าไข้จะขึ้นมาอีกรอบ เพราะสภาพในตอนนี้ถ้าหากใครมาเห้นเข้าคงช็อกแน่ ๆ อีกอย่างตอนนี้เธอกำลังนอนคร่อมร่างที่นอนอยู่บนเตียงด้วย
อีกทางหนึ่ง คือผู้ที่ร่ายเวทแอบมองทิ้งไว้ในห้อง เพราะไม่อยากเข้าไปดูในห้องเนื่องจากเป้นการขัดจัวหวะดี ๆ ชั้นเยี่ยม กำลังแอบมองทั้งสองคนจากในห้องนั่งเล่น แล้วเขาจึงตื่นจากพวังเพราะเสียงหนึ่งที่แนเข้ามาในโสตประสาท
"คิล ทำไมวันนี้คาโลกับเฟรินลงมาช้าล่ะ จะถึงเวลาอาหารเช้าแล้วนะ"
เสียงที่มาจากขอทานแห่งทริสทอร์ดังมาจากโซฟาที่นั่งข้าง ๆ ทำให้นักฆ่าหนุ่มคิดถึงเหตุการณ์ที่เห็นมาเมื่อตะกี้ไม่ได้แต่จึงปั้นสีหน้าเรีบเฉยแล้วตอบอย่างกลั้นหัวเราะไว้ในใจอย่างเต็มที่
"คาโลมันคงปลุกเฟรินอยู่มั้ง เลยมาช้า"
อีกทางหนึ่งในห้องนอนของหัวหน้าป้อม สาวน้อยที่เพิ่งดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของเจ้าของในตาสีฟ้ามาได้ ก้หลบมานั่งยืนที่มุมห้องแล้วจัดแจงเครื่งแต่งกายให้เรียบร้อยพร้อมกับคำพูดที่ถามขึ้นมาอย่างฉุน ๆ ทำให้เจ้าคนที่ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงหันไปมอง
"นายคิดอะไรของนาย คาโล คนเค้าอุตส่าห์มาปลุก เล่นทำอะไรบ้า ๆ"
แต่เธอก็ต้องหยุดแค่นั้นเพราะรู้สึกหน้าแดงเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่นี้
"ก็นาน ๆ จะมาปลุก ก็เลยให้รางวัลหน่อย"
คำพูดน้ำเสียงเรียบ ๆ เย็นชาที่เธอเคยชิน บัดนี้มันกลับทำให้เธอหน้าแดงขึ้นมาอีกระรอก ในขณะที่คนพูดกำลังเดินไปอาบน้ำแต่งตัว เมื่อเขาเดินเข้าห้องน้ำไปแล้วเธอจึงเดินกลับมารอเขาที่โซฟาใหม่ในห้องนอนของนักเรียนชั้นปีสุดท้าย อีกไม่นานคาโลก็เดินออกมาพร้อมกับการทำตัววางมาดเป็นอย่างสูงเช่นเคย และเดินออกไปข้างนอกอย่างไม่รอช้า
"นี่นายจะไม่คอยชั้นเลยใช่มั้ย อุตส่าห์คอยนะเนี่ย" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง
"แล้วทุกทีที่ชั้นปลุกนายชั้นรอนายรึเปล่า" เสียงตอบอย่างเย็นชาที่ทำให้หัวขโมยอดเถียงไม่ได้ แต่สำหรับวันนี้กลับเงียบไปไม่เหมือนทุกครั้งเพราะเธอยังมีเรื่องให้คิดอยู่
"เออ ๆ ช่างมันเถอะ" น้ำเสียงเซ็ง ๆ ที่มาพร้อมกับการวิ่งลงบันไดอย่างรีบร้อนเพราะนึกขึ้นมาได้ว่าเดี๋ยวจะหมดเวลากินข้าวตามนิสัย
ในโรงอาหารดราก้อนที่เสียงดังเจี้ยวจ้าวผิดปกติพราะอาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ที่ทุกคนจะอยู่ร่วมกันในชั้นปีสุดท้าย ในขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่ว่าเจ้าของในตาสีน้ำตาลใส กลับนั่งกินข้าวอย่างเงียบ ๆ โดยที่ใม่ใส่ใจสิ่งรอบข้าง และไม่กินมูมมามเหมือนทุกครั้งและนั่งเงียบพร้อมกับทำสีหน้าเบื่อหน่าย โดยที่มือของเธอกำลังถือช้อนแล้วเขี่ยไปรอบ ๆ จานข้าวที่ยังเต็มอยู่ การกระทำนี้ทำให้เพื่อน ๆ ในป้อมอัศวินแปลกใจเป็นอย่างมาก
"สงสัยวันนี้หิมะจะตก" เสียงดังขึ้นจากครี้ดที่มุมโต๊ะ
"จะบ้าเหรอ ตอนนี้มันจะหน้าร้อนแล้วนะ แล้วจะเอาหิมะมาจากไหน ยกเว้นว่าจะมาจาก วีสกาย่า ของคาโล" อีกเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นจากเดทซึ่งเรียกเสียงหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง
"ว่าแต่คุณครี้ดหมายความว่ายังไงหรือครับ" คำถามที่ดังขี้นจากชีบิลหนุ่มเรีบร้อยประจำป้อม
"ก็ดูเฟรินวันนี้สี เงียบผิดปกติ แถมยังไม่ยอมกินข้าวด้วย" คำอธิบายจากครี้ดทำให้ทุกคนที่โต๊ะชำเลืองไปมองเฟรินที่โต๊ะ เป้นแถวแล้วก้เห็นจริง ว่าวันนี้เฟรินดูผิดปกติไป
"คงไม่เป็นไรมั้ง อย่างมากก็คงทะเลาะกับคาโลมัน เอานะ คนเป็นแฟนก้ต้องมีอย่างนี้บ้าง เดี๋ยวก็เหมือนเดิมเอง" แล้วทุกคนก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาโดยที่เจ้าตัวคนถูกนินทากลับลุกขี้นมาพร้อมกับเดินไปล้างจาน
"ชั้นอิ่มแล้ว เดี๋ยวไปรอที่ห้องเรียนนะ"
คำพูดจากหัวขโมยธรรมดา ๆ ทำให้เพื่อนร่วมชั้นทุกคนเริ่มเป็นห่วง แล้วเสียงหนึ่งก็ถามขึ้นมาอย่าง งง ๆ เพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก
"นายเป็นไรไปน่ะเฟรินวันนี้ดูแปลก ๆ นะ นายไม่สบายรึเปล่า" เสียงเรียบ ๆ ที่ตอนนี้แฝงไปด้วยความสงสัยดังขึ้นมาจากเจ้าขอทานที่ทุกคนคิดว่า ชาตินี้มันคงไม่มีอะไรที่มันไม่เข้าใจ
"ไม่มีอะไร วันนี้ชั้นแค่ไม่หิว" น้ำเสียงที่ฟังดูเรียบ ๆ ทำให้ส่วนหนึ่งของจิตใต้สำนึกของชาวป้อมอัศวินบอกทุก ๆคนว่า เฟรินมันคงจะติดเชื้อมาจากไอ่คาโล แต่ยังมีชายหนุ่ม 3 คน ที่สังเกตุน้ำเสียงของเพื่อนรักได้ว่ามันแฝงไปด้วยความทุกร้อนใจและความกลุ้มใจ แต่ว่าพวกเขาก็ปล่อยไปเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็คงกลับเป็นเหมือนเดิม
"เฟรินมันเป็นอะไรของมันนะ เมื่อเช้ายังดี ๆ อยู่เลยนี่นา" แต่อย่างไร คิลก็คงต้องเก็บความสงสัยไว้ในใจอีกแล้ว
วันนี้ก็ผ่านพ้นไปเช่นเคย ทุกคนสอบเสร็จแล้วเหลือแต่ช่วงเวลาที่ต้องไปสรุปวิชากับอาจารย์ทุกคนเป้นเวลา 3 วัน และ มีเวลาพักอีก 3 วันซึ่งเป็นเวลาอิสระที่สามารถทำอะไรก้ได้ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ผิดกฏ เพื่อเป็นการระรึกถึงสถานที่ที่ทุก ๆ คนคุ้นเคยเป็นเวลานาน และในวันนี้เป็นวันหยุดพักครั้งสุดท้ายที่โรงเรียนเอดินเบิร์ก เพื่อนรักสามคนที่ได้เผชิญโชคชาตาที่เสี่ยงต่อชีวิตและบ้านเมืองมามากมายต่อหลายครั้ง และไม่รู้ว่าแต่ละคนจะเป็นอย่างไรถ้าจะต้องจากกัน ณ ที่นี้ และ ณ บัดนี้ ชะตาชีวิต ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปเริ่มสร้างความหวาดผวาให้กับสาวน้อยในเครื่องแบบที่จะได้สวมใส่เป็นวันสุดท้าย ความเงียบครอบงำทุกคนในห้อง และทันใดนั้นเสียงหนึ่งที่กล่าวขึ้นอย่างเรียบ ๆ อย่างผิดปกติก็ดังขึ้น
"ชั้นขอไปเดินเล่นในสวนก่อนนะ เก็บของเสร็จแล้ว ไปล่ะ"
คำพูดสั้น ๆ ที่ตอนนี้อาจดูน่าเป็นห่วง เพราะเริ่มรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัว ความกังวลที่ครอบงำจิตใจ และกิริยาท่าทางที่แปลก ๆ ไป ทำให้ความเป็นห่วงเพื่อนที่เริ่มเกิดขึ้นในใจของนักฆ่ารักสนุกผู้นี้ แต่ว่าเขาก็รูดีว่าถึงเขาไม่เป็นห่วงมันแต่ตอนนี้เจ้าน้ำแข็งเดินได้ก็เก็บของเสร็จแล้ว เดี๋ยวมันคงไปแก้ปัญหาเองล่ะ ยังไงเสียมันก็คงเป็นห่วงเฟรินไม่แพ้กัน
คิดแล้วก้รู้สึกอยากทำสิ่งที่เขาคิดมานานแล้ว สิ่งที่เขาอาจไม่กล้าทำแต่ว่าวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้ว เขาจึงตัดสินใจเดินไปที่ประตู แต่เขาก้เผชิญกับเพื่อนรักที่กำลังจะเดินออกไปข้างนอกเช่นกัน
"นายจะไปไหน" สองเสียงถามขึ้นพร้อมกัน แต่คำตอบที่ได้กลับเป้นความเงียบ และเสียงหนึ่งจึงเอ่ยกล่าวขึ้นก่อน
"ชั้นจะไปเดินเล่นซักหน่อย"
แล้วคิลก็เดินลงบันใดไป แต่ว่าเจ้าชายคนนี้กลับสังเกตุได้ว่าทางที่มันไปมันเป้นทางไปห้องพักที่พวกเรนอนอยู่และท่าทางทะมัดทะแมงพร้อมทั้งใบหน้าที่เริ่มขึ้นสี เขาจึงรู้ได้ทันทีว่า เพื่อนรักกำลังคิดอะไรและมันกำลังจะทำอะไร แต่ว่าเขาก้นึกขึ้นมาได้ว่าเขายังมีเรื่องที่ต้องทำอยู่ จึงทำสีหน้าเย็นชาตามปกติแล้วเดินไปที่ ๆ เขารู้ดีว่าเจ้าหัวขโมยของเขาชอบไปอยู่เป็นประจำ
เขาก็มีเรื่องที่อยากพูดเช่นกัน เรื่องที่เขาคิดมาเสมอ และเขาได้ตัดสินใจแล้ว กับคนที่เขายังไม่รู้ตัวเองว่าเขาคิดอย่างไร จนถึง ณ บัดนี้ ความรูสึกทุกอย่างได้ตัดสินแล้ว ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น เขาต้องทำตามสิ่งที่เขาควรจะทำ ทั้งหน้าที่และยศศักดิ์ของเขามันทำให้เขาต้องทำ ในสิ่งที่ถูกต้องที่สุด